“โรคกรดไหลย้อน” ไม่อันตราย แต่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต

สุขภาพ / 17 September 2020 / 22

โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) โดยปกติแล้วโรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งเป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดเป็นโรคกรดไหลย้อน อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆวัน ส่งผลเสียคือ เสียบุคลิกภาพ และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หาไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจส่งผลให้เป็นมะเร็งหลอดอาการได้

อาการของโรค : อาการที่สังเกตได้คือ มีอาการแสบร้อนกลางทรวงอก มีอาการเรอเปรี้ยว เจ็บหน้าอก รู้สึกเหมือนมีอะไรติดที่คอ ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ เจ็บคอ กลืนอาหารติดขัด หรือ กลืนลำบาก เป็นต้น

สาเหตุทั่วไปของอาการ : สาเหตุของการเกิดโรคกรดไหลย้อนมีหลากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. เกิดจากความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร คือ หลอดอาหารบีบตัวทำให้น้ำย่อยย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารและค้างอยู่เป็นเวลานาน
  2. หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างผิดปกติ สำหรับสาเหตุนี้ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากหูรูดของหลอดอาหารในผู้สูงอายุเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำย่อยย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่าย
  3. กระเพาะอาหารบีบตัวน้อยลง ส่งผลให้กระเพาะส่งอาหารไปยังลำไส้ไม่หมด ทำให้มีอาหารติดค้างที่กระเพาะอาหารและเกิดแรงดันทำให้หูรูดเปิดออก ทำให้น้ำย่อยย้อนเข้าสู่หลอดอาหาร
  4. พฤติกรรมเสี่ยงทั่วไปของผู้ป่วยในชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารบางชนิดที่มีไขมันสูง เป็นกรด การสูบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด รวมไปถึงการตั้งครรภ์ ด้วย

การป้องกันโรค : ในการป้องกันโรคกรดไหลย้อน สามารถทำได้ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยง หรือ งด อาหารที่ทำให้กระเพาะอาหารทำการหลั่งกรดออกมามากเกินไป เช่น อาหารที่มีไขมันสูง รสจัด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน
  2. พยายามอย่าเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
  3. เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วไม่ควรนอนทันที ควรรอประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน
  4. ควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. ไม่ควรรับประทานอาหารที่มากจนเกินไป ควรจะแบ่งเป็นมื้อย่อยๆแต่บ่อยครั้งแทน

การรักษาอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง : เบื้องต้นเมื่อเกิดอาการที่เข้าข่ายว่าเป็นโคกรดไหลย้อนควรรักษาอาการเบื้องต้น ด้วยการรับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร และควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยระดับความรุนแรงของอาการ เพื่อหาแนวทางรักษาต่อไป

การรักษาที่แพทย์แนะนำ : แพทย์อาจพิจารณาทำหารรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา  ผู้ป่วยมีอาการป่วยเรื้อรังมากนาน หรือสาเหตุอื่นๆ อาการกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ : สามารถพบอาการกรดไหลย้อนได้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เบียดกระเพาะอาหาร ทำให้กรดและอาหารในกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร นั่นเอง สำหรับการรักษาผู้ป่วยต้องพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างเดียว ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ได้